[SF] พันธนาการรักข้ามกาลเวลา


 

Romantic Fantasy Fiction

Yama x Yuri : Yuya x Daiki

 

Chapter 2

 

           ในห้วงฝันอันมืดมิดนั้น มีชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์เกิดมีใจผูกพันกับทายาทผู้ทำนายจนละเลยต่อหน้าที่ต่อราชสกุลที่พึงมี ละทิ้งท่านหญิงสูงศักดิ์ที่ได้เคยหมั้นมายกันมาแต่ครั้งเยาว์วัย นางเคียดแค้นและริษยาทายาทน้อยผู้นั้นเป็นล้นพ้น นางยอมจมจ่อมลงก้นบึงแห่งความชั่วร้าย อุทิศกายใจให้กับวิชาชั่วร้าย เมื่อเวลาผันผ่านไป ทายาทแห่งผู้ทำนายเจริญวัยขึ้นเป็นหนุ่มน้อย ถึงเวลาต้องถวายตัวรับใช้ราชสำนัก นางมารร้ายจึงปรากฏกายขึ้น นางสาปแช่งผู้คนที่ขัดขวางนาง นางร่ายมนต์ให้แผ่นดินอุดมสมบูรณ์ต้องตกอยู่ภายใต้หิมะชั่วพริบตา ...ร่างบางเพ่งมองผ่านม่านหมอกที่ค่อยๆ จาง ความหนาวเย็นจับขั้วหัวใจประเดประดังเข้ามาจนแทบหายใจหายคอไม่ออก หลังม่านหมอกที่ร่างบางมองอยู่นั้น มีเหตุการณ์น่าสะพรึงราวกับฉากในหนังที่เคยดู หญิงสาวผู้มีผมดำสยายยาวรุงรัง กับดวงตาแดงกำกำลังจดจ้องสองร่างตรงหน้านางด้วยความโกรธแค้น สองร่างนั้นสวมกอดกันแน่นหนา  ร่างสูงสง่ากันเอาคนสำคัญไปไว้ด้านหลัง แล้ววอนขอต่อหญิงสาวที่ดูเหมือนตอนนี้เป็นผู้กุมชะตาชีวิตของคนทั้งคู่เอาไว้ นางไม่เพียงไม่ให้อภัย ซ้ำร้ายนางยังเอาดาบคมวาวและยาวสุดแขน จ้วงแทงครั้งเดียวทะลุไปถึงดวงใจบอบบางผู้อยู่เบื้องหลัง นางระเบิดเสียงหัวเราะน่ารักเกียจราวกับปีศาจ ร่างสูงรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย ดึงดาบคมวาวนั้นออกจะเลือดสีแดงฉานกระจายทั่วพื้นหิมะขาวโพลน ชายหนุ่มหันกลับไปหาร่างบางที่เค้าแสนรัก ร่างน้อยๆ สั่นเทา น้ำตานองหน้า มือบอบบางเอื้อมสัมผัสแผ่วเบาที่แก้มของชายคนรักและค่อยๆ ซับน้ำตาให้ร่างสูงช้าๆ ร่างบางแย้มยิ้มให้กับวาระสุดท้ายของตน อย่างน้อยๆ ก็ได้ตายในอ้อมกอดแสนอุ่นนี้ ร่างน้อย ค่อยๆ หมดลมหายใจไปพร้อมกับคำมั่นสัญญา...ยูริ ค่อยๆ ขยับกายเข้าไปใกล้ๆ ต้นซากุระต้นใหญ่ที่ยืนตระหง่านแผ่ร่มเงาให้คู่รักที่กำลังจะจากกันชั่วนิรันดร์นั้นอย่างระมัดระวัง ร่างบางพยายามไม่ส่งเสียงใดๆ ออกมาเพื่อไม่ให้นางมารร้ายผู้คร่าชีวิตคนทั้งสองนั้นได้ยิน คำพูดกระท่อนกระแท่นพร่ำบอกคำมั่นสัญญาจากร่างเล็กๆในอ้อมแขนแกร่งนั้นแผ่วเบา แต่กลับชัดเจนในความทรงจำของยูริยิ่งนัก

“หากท่านพี่ต้องการข้า..และ...และ ระ..รักข้าจากใจจริง ...ไม่ว่านานเพียงใด ..ขะ...ข้า...ข้าก็จะเป็นของท่านชั่วนิรันดร์”

ร่างบางสิ้นใจอย่างสงบในอ้อมแขนคนรัก ยูริเองก็อดที่จะเสียน้ำตาไม่ได้ ทำไมนะ ทำไมกัน ทำไมทั้งสองคนจึงต้องเจอกับเรื่องโหดร้ายเช่นนี้ คิดได้ไม่เท่าไหร่ นางมารร้ายก็แผดเสียงแหลมสูงร่ายเวทมนต์สาปแช่งส่งวิญญาณอันเป็นที่รักของคนที่นางทั้งรักทั้งแค้นไม่ให้ได้มาเกิดในภพชาติเดียวกันอีกเลย  พร้อมทั้งประกาศกร้าวว่านางจะไม่มีวันปล่อยให้คนทั้งคู่ได้ครองรักกัน ไม่มีวันที่นางจะยอมให้ทั้งคู่สุขสมหวัง ท่านชายู้นั้นอ่อนแรงเกินกว่าจะรวบรวมกำลังร่ายมนต์ต้านความชั่วร้ายของนาง เค้าทำได้เพียงโอบอุ้มเอาร่างไร้วิญญาณของคนรักกลับไป ชายผู้สูงศักดิ์ฝืนความเจ็บร้าวหยัดกายขึ้นและพาเอาร่างบอบบางไร้ชีวิตเดินผ่านยูริไป ทันใดนั้นดวงตาสวยหวานก็เบิกกว้างขึ้นอย่างที่สุด หัวใจดวงน้อยหล่นวูบไปที่เท้า ร่างเล็กแข็งทื่อไปทันทีที่เห็นว่า ตัวเอง คือ ร่างบางไร้วิญญาณที่อยู่ในอ้อมแขนของชายผู้นั้น...

“ไม่!!! ไม่นะ!!!” ร่างบางสะดุ้งตื่นขึ้นสุดตัว หอบหายใจจนตัวโยน

“ยูริ...ยูริ...เป็นเช่นใดบ้าง เจ้าฝันร้ายหรือ?” องค์รัชทายาททรงตรัสถามร่างบางด้วยความร้อนพระทัย

“ทะ..ท่าน..ท่าน..ท่าน!” ยูริตกใจมากกว่าเดิมอีก เมื่อหันมาพบกับคนที่เพิ่งฝันถึงไปเมื่อครู่นี้

องค์ชายรวบเอาร่างบางเข้ามากอดปลอบใจ พลางลูบหลังให้ร่างบางสงบลง

“ฝันว่าเช่นใดหรือเจ้าถึงหวาดกลัวจนสั่นเทาเช่นนี้...ยูริ เล่ามาเถิด...”

ร่างบางปล่อยโฮออกมายกใหญ่ ตอนนี้เค้าเริ่มประติดประต่อเรื่องราวต่างๆ ได้ลางๆ แล้ว ร่างบางรู้แล้วว่าคนตรงหน้าคือใคร และรู้แล้วว่าตนนั้น สำคัญกับเค้าเพียงใด

“ทะ..ท่าน..ท่านเรียวสุเกะ ฮึกๆ ขอบคุณนะฮะ..ขอบคุณที่ปกป้องผม”

“อย่าเอ่ยเช่นนั้นเลย อดีตเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงมิได้ แต่จากนี้ไป ข้าจะทำทุกทางที่จะเปลี่ยนแปลงคำสาปแช่งของนางให้จงได้”

“สัญญานะฮะ”

“ข้าสาบาน ยูริของข้า”

ร่างบางสวมกอดท่านเรียวสุเกะแน่น บัดนี้เค้ารู้แล้วว่าจะอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ขอเพียงมีท่านผู้นี้ ขอเพียงมีเค้า ยูริก็ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว

“เจ้าเป็นเช่นใดบ้างหรือ เจ็บไข้ไม่สบายตรงไหนหรือไม่”

“ผม..เอ่อ..ข้า..ข้าไม่ได้..เอ่อ..มิ..มิได้เจ็บไข้อันใดเลยครับท่าน”

ร่างบางพูดติดๆ ขัดๆ ด้วยไม่รู้ว่าภาษาโบราณนี่เค้าพูดกันยังไง ได้แต่แอบเลียนแบบคนตรงหน้านี้เท่าที่พอจะจำได้เท่านั้น...องค์ชายเองก็ทรงเข้าพระทัยเป็นอย่างดี แต่ก็อดไม่ได้ที่จะสรวลออกมากับท่าทางเก้ๆ กังๆ ของร่างบางแสนน่ารักนี้

“เอาเถอะ...ไว้ข้าจะสอนเจ้าเองนะ พูดจาภาษาข้าน่ะ ไม่ยากหรอก หึๆๆ”

“ดูซิ เลยหัวเราะยูริใหญ่เลย” ร่างบางส่งค้อนวงโตให้ด้วยความเขินอาย

“ข้าชอบนะ...ข้าชอบที่เจ้าแทนตัวเจ้าด้วยชื่อ และกิริยาอันน่ารักเช่นนี้”

ร่างหนาเขยื้อนกายเข้าใกล้แล้วกระซิบบอกแผ่วเบา ยังผลให้แก้มใสๆ บัดนี้แดงเรื่อน่ามอง

“ทะ...ท่าน...”

หัตถ์อุ่นร้อนสอดเข้ารวบเอาเอวบางให้เข้าใกล้อุระแกร่งสมชายชาตรี ริมฝีปากบางยื่นออกอย่างเด็กเอาแต่ใจในขณะที่จดจ้องใบหน้าคมสันตรงหน้า

“ยูริของข้า...เจ้ายังอ่อนแรงอยู่หรือไม่ เจ้ายังอยากอยู่แต่เพียงในห้องนี้ละหรือ ออกไปนอกชานกันสักชั่วครูเอาไหม ออกไปรับลมสักหน่อย เจ้าจะได้สบายใจขึ้นดีไหม” สุรเสียงทุ้มนุ่มแฝงไปด้วยความอ่อนโยนเสียจนคนตัวเล็กเริ่มน้ำตาคลอหน่วยตาหวานสวยขึ้นมาอีกแล้ว

“ล่ะ..แล้ว..แล้วแต่ท่านเถิดฮะ ยูริขอเพียงมีท่านอยู่ใกล้ๆ จะให้อยู่ที่ไหนก็ได้ฮะ”  น้ำตาสายน้อยไหลอาบแก้มแดงเรื่อลงมาเป็นทาง บัดนี้ร่างบางได้เลือกแล้ว เลือกแล้วที่จะอยู่ข้างกายเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ ผู้เป็นดังเจ้าชีวิต เป็นดังจิตใจ หรือแม้แต่ส่วนหนึ่งของดวงวิญญาณที่หลอมรวมกันเอาไว้แน่นหนาดวงนี้ก็มีท่านผู้นั้นอยู่ด้วยเสมอมา  จากนี้ไปไม่ว่าจะต้องเจอเรื่องหนักหนาเพียงใด ยูริก็พร้อมที่จะรับมือกับมันอย่างเข้มแข็งแล้ว เค้าจะไม่เป็นเหมือนภาพฝันอีกแล้ว...

“นิ่งเสียเถิดดวงแก้วของข้า อย่าได้ตระหนกกับอดีตของเราเลย เมื่อข้าได้เจ้าคืนกลับมาแล้วเช่นนี้ ข้าย่อมไม่มีวันปล่อยให้เจ้าพลัดพรากไปจากข้าอีกแล้ว เชื่อเถิดนะ ข้าขอสาบานต่อเทพเจ้าประจำดวงดาวแห่งจิเนนผู้ชักนำเจ้ามา ด้วยสายเลือดแห่งสกุลยามาดะ ข้า...เรียวสุเกะ จะปกป้องท่านชายน้อยผู้แสนสำคัญเพียงคนเดียวของข้า ท่านชายน้อยผู้เป็นสายเลือดแห่งสกุลจิเนน ท่านยูริของข้าผู้นี้”

คำมั่นสัญญาที่ออกมาจากจิตใจที่มั่นคงดั่งขุนเขา ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยความรักที่ฉายชัดอยู่ในดวงเนตรแน่วแน่ขององค์รัชทายาทแห่งยามาดะนั้น ทำให้ยูริเชื่อหมดใจโดยพลัน คนคนนี้เองเหรอฮะคุณแม่? คนที่ลูกผูกพันกับเค้าจนต้องกลับมาในที่ไกลโพ้นจากปัจจุบันกาลเช่นนี้ คุณแม่ฮะ ยูริ จะสามารถทำอะไรเพื่อเค้าได้บ้างไหมฮะ...

 

 

“ที่นี่สวยจังเลย~ ยูริไม่เคยเห็นสวนหย่อมกับแม่น้ำที่สวยแบบนี้มาก่อนเลยฮะ”

“สวนหย่อมหรือ มันคือสิ่งใดกัน?”

ภาษาแปลกหูที่ทรงสดับอยู่นั้นช่างน่าสนใจนัก เจ้าตัวน้อยเอาแต่พูดพร่ำด้วยความสนอกสนใจวิวทิวทัศน์ที่อยู่ตรงหน้าไม่หยุดหย่อน ร่างบางในอาภรณ์ที่ผิดแผกไปจากยุคสมัยนี้เอาแต่วิ่งวนไปทางนั้นทีทางนู้นที จนข้าราชบริพานที่มาเฝ้าชมบารมีท่านชายน้อยในตำนานพากันยิ้มเล็กยิ้มน้อยกันไปหมด ไม่เว้นแม้แต่องค์ชายเรียวสุเกะก็เช่นกัน...ตั้งแต่ที่คนตัวบางปรากฏกายขึ้น หิมะที่เคยขาวโพลนกลับเหือดแห้งหาย เหล่าพันธุ์ไม้ต่างแข่งกันอวดความงามของตน ดอกไม้น้อยใหญ่ต่างพากันเบ่งบานส่งกลิ่นหอม โดยเฉพาะดอกโบตั๋นที่ไม่เคยเบ่งบานอีกเลยนับแต่เวลานั้นเป็นต้นมา

“นี่ๆๆ เจ้านี่น่ะมันคืออะไรกันฮะ?”

“เอบิสุ งุสุริ ...ดอกโบตั๋นอย่างไรล่ะเจ้า”

“เห~ สวยที่สุดเลยฮะ^^”

“เจ้าเอาแต่วิ่นไปมา ไม่เหนื่อยหรือ ท่านอามาเทราสุบนฟากฟ้านั่นฉายแสงแรงกล้าแล้วนะ เข้าไปด้านในตำหนักดีไหม”

“ท่านอามาเทราสุ...เทพีแห่งดวงอาทิตย์...อ๋อออออ..ท่านหมายถึงพระอาทิตย์ในเวลานี้สินะฮะ”

“ (^____^) ใช่ดังที่เจ้าว่า ..เข้าตำหนักไปชำระกายแล้วผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เถิด อีกหนึ่งชั่วยามข้าจะพาเจ้าไปเข้าเฝ้าพระบิดา”

ร่างบางพยักหน้าหงึกหงักรับคำอย่างว่าง่าย แล้วออกเดินกลับเข้าไปในตำหนักพร้อมด้วยเหล่านางกำนัลที่ราชสำนักยามาดะจัดหามา หรือจะเรียกว่าคัดสรรค์มาเป็นพิเศษก็ว่าได้ ...เข้าไปได้ไม่นานเท่าไหร่นัก ท่านเรียวสุเกะก็เป็นอันต้องสะดุ้งตกพระทัยกับเสียงเล็กแหลมโวยวายลั่นเรือนน้ำด้านใน...

“เฮ้ย!!!!!!!!”

“เป็นอันใดหรือเพคะท่านจิเนน หรือในนี้มีผู้ร้ายเพค้า” เหล่านางกำนัลทั้งหมดต่างก็ตกใจที่เห็นนายเหนือหัวของนางทำหน้าตกอกตกใจปานมีมีดดาบมาจ่อคออยู่ก็มิปาน

“ทะ..ทะ..ทำไมพวกเธอถึงตามผมเข้ามาในนี้!!!” ร่างบางรีบเอามือน้อยๆ ดึงสาบเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เพิ่งจะปลดกระดุมไปได้เพียงสามเม็ดเข้าหากันแล้วกำไว้แน่น แก้มใสเริ่มเปลี่ยนเป็นแดงจัดด้วยความเขินอาย นางกำนัลเห็นอาการนายเช่นนั้นต่างก็พากันหัวเราะออกมายกใหญ่ แม้จะไม่เข้าใจในสิ่งที่ท่านชายน้อยพูดออกมานักแต่ก็พอจะรู้ได้ด้วยอาการของคนตัวบางนี้เอง

“พวกหม่อมฉันได้รับมอบหมายหน้าที่อันมีเกียรติ์สูงสุด ให้มาคอยถวายการรับใช้ท่านจิเนนเพคะ เวลานี้จึงมาคอยผัดเปลี่ยนอาภรณ์และช่วยท่านจิเนนชำระกายเพคะ” เหล่านางกำนัลต่างก็พากันหันหน้าเข้าหากันแล้วอมยิ้มชื่นชมความน่ารักของนายน้อยของตน ที่ตอนนี้แดงไปทั้งตัวด้วยความเขินอาย

“มะ มะ ไม่ ไม่ต้องหรอก เราทำเองได้”

“อย่าได้เขินอายพวกหม่อมฉันเลยเพคะ ท่านเรียวสุเกะก็มีนางกำนัลถวายการรับใช้แบบนี้เช่นกันนะเพคะ” พอพูดถึงองค์ชายคนสำคัญเหล่านางกำนัลก็พากันยกมือปิดหน้าตนที่แดงซ่านด้วยความเขินอายเอาไว้บ้าง ยูริเห็นแบบนั้นก็ให้สงสัยเป็นกำลัง ร่างบางจึงไม่ทันระวังตัว เผลอเดินเข้าไปใกล้เหล่านางกำนัลแล้วก้มตัวลงไปถามแผ่วเบาว่า “ทำไมพวกเธอต้องเขินเวลาพูดถึงท่านเรียวสุเกะล่ะ” จนเสื้อตัวบางที่ปลดกระดุมไว้แหวกจนเห็นอกขาวแบบบาง ลึกไปถึงท้องน้อยแบนราบ เหล่านางกำนัลเข้าใจว่านายน้อยยอมให้ถวายการรับใช้แล้ว จึงช่วยกันจับตัวร่างเล็กเอาไว้ ยังผลให้ร่างบางแผดร้องเสียงหลง “ไม่น้า!!!!!!!!” จนองค์ชายรัชทายาทต้องรีบเสด็จมาดูโดยพลัน

ตึกๆ ตึกๆ ตึก...ครืดดดด...ปั้ง…พวกท่านรออยู่ตรงนี้ ไม่ต้องตามเราเข้าไป!!!...

ตึกๆๆ ตึกๆๆ ...ครืดดดด..ปั้ง...

“เกิดเหตุอันใดกับท่านยูริ!? อ๊ะ!!!”

ภาพที่เห็นทำเอาท่านเรียวสุเกะถึงกับตะลึงงัน เวลานั้นร่างบางนั่งอยู่บนตั่งข้างบ่อน้ำพุร้อน ภายในห้องหอมอบอวลไปด้วยกลิ่นโบตั๋นที่ถูกนำมาประดับประดาไว้ตามมุมต่างๆ และสิ่งที่ยิ่งทำให้ท่านเรียวสุเกะตะลึงงันจนวรกายแกร่งมิอาจขยับเขยื้อนไปไหนได้เลยก็คือ...ร่างบอบบางที่เปลือยเปล่า ขาวเนียนสะอาดตา ดวงหน้างดงามแดงจัดจนแทบจะกลืนไปกับเหล่าดอกโบตั๋น สองมือน้อยกอดอกแบบบางปิดบังสายตา ดวงเนตรกลมโตเบิกกว้างจับจ้องพระองค์อย่างตกใจ ริมฝีปากบางสวยอ้าค้าง ห้อมล้อมด้วยเหล่านางกำนัลที่กำลังตกตะลึงพระองค์จนตัวแข็งค้างเช่นกัน

“อ่ะ...เอ่อ...ยูริ...เจ้า...เจ้าเป็นอะไรไหม”

“ฮะ...เฮ้ย!!!!!!!!” ร่างบางรีบคว้าเอาผ้าไหมสีชมพูที่วางอยู่บนพานทองใกล้ตัวห่มคลุมตัวเองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าด้วยความอับอายเป็นที่สุดแล้วในชีวิตนี้

“พวกเจ้าออกไปก่อน” สิ้นรับสั่ง เหล่านางกำนัลต่างก็พากันออกจากเรือนน้ำไปคอยท่าอยู่ด้านนอกทันที

“หย่ะ..อย่าเข้ามาใกล้นะฮะ” ร่างบางรีบโพล่งบอกออกไปทันทีที่ได้ยินเสียงอีกคนเคลื่อนกายเข้ามาหาตนและทั้งห้องก็เงียบสนิทไปแล้ว

“ใยต้องเขินอายถึงเพียงนั้น เจ้าไม่เคยคุ้นกับเรื่องนี้หรือไร หรือในที่ที่เจ้าจากมา ไม่มีนางกำนัลคอยปรณนิบัติหรือ” องค์ชายขยับองค์เข้าใกล้ร่างบอบบางที่หลบหน้าพระองค์ด้วยแพรผ้าไหมคลุมตัวไม่ยอมออกมา พระองค์ค่อยๆ ดึงเอาผ้างามออกเบาๆ ในตอนแรกร่างบางก็ยังขัดขืน แต่ในที่สุดก็ยอมโผล่หัวออกมาจากผ้าคลุม แต่ก็ยังก้มหน้าก้มตาด้วยความเขินอาย ใบหูเล็กแดงก่ำตัดกับผิวขาวนวลเนียน หัตถ์แกร่งเอื้อมเข้าเชยคางให้เงยหน้ามามองกัน

“กะ..ก็...ก็ยูริอายนี่ฮะ...ที่บ้าน ยูริก็อาบน้ำเองไม่ต้องให้ใครช่วยแบบนี้สักหน่อย ไม่ชินฮะ” ร่างบางเสมองเลยเนตรคมวาวไปมองดอกโบตั๋นเบื้องหลัง

“เจ้างดงามมาก ยูริของข้า...หากเจ้าไม่คุ้นกับการมีพวกนางคอยปรณนิบัต งั้นให้ข้าช่วยเจ้าไหม”

“ไม่...ไม่เอาฮะ...ถ้าต้องเป็นท่านเรียวสุเกะล่ะก็ ยูริขอให้พวกนางมาช่วยดีกว่าฮะ”

“หึๆๆ ทำไมเล่าเจ้าตัวน้อยของข้า เจ้าเขินอายกับข้ามากกว่าพวกนางหรือ หื้อ”

ไม่ตรัสเปล่า องค์ชายรัชทายาททรงแกล้งเย้าร่างบางด้วยการไสนาสิกคมสันไปบนแก้มเนียน สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ จากแก้มใสให้ยิ่งขับสีแดงมากกว่าเดิม แถมยังแดงไปทั้งตัวแล้วด้วย มือบางผลักพระอุระแกร่งออกเบาๆ แล้วค้อนให้คนฉวยโอกาสวงโต

“ขืนให้ท่านช่วยเป็นไม่ต้องชำระกายกันละ...ออกไปด้านนอกเถอะฮะ ยูริยอมให้นางกำนัลอาบน้ำให้แล้วฮะ”

“ตามใจเจ้าเถิด หึๆ”

ตึกๆๆ...ครืดดดดด...

“พวกเจ้าเข้าไปได้แล้ว ถวายการรับใช้ท่านจิเนนให้ดีล่ะ”

“เพคะท่านเรียวสุเกะ”

สิ้นรับสั่ง เหล่านางกำนัลก็พากันเข้าไปด้านใน เพื่อถวายการรับใช้นายน้อยทันที แต่ที่พวกนางต่างก็สงสัยคือ ท่านเรียวสุเกะทำอะไรท่านจิเนนกันแน่ ไหนว่าไม่เขินอายพวกนางแล้ว แต่ใยท่านจิเนนถึงแดงไปทั้งกาย นี่มันอายสุดกำลังเลยต่างหากนะเนี่ย...

ในขณะที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับการแช่น้ำร้อนหอมๆ อยู่นั้น ดวงตาสวยหวานก็พลันได้เห็นหน้านางกำนัลที่คอยอยู่ริมบ่อน้ำชัดเจนเป็นคนแรก ร่างบางรู้สึกถูกชะตากับนางอย่างบอกไม่ถูก ใบหน้าสวยหวานมีแววสดใส ดวงตาเป็นประกายแวววับสดชื่น ยิ่งมองก็ยิ่งมีความสุขสดชื่น ราวกับว่านางสามารถทำให้รอบกายนางสดใสไปกับนางได้ ช่างเป็นผู้หญิงที่มีพลังบวกอะไรแบบนี้นะ...

“เธอๆ เธอน่ะ ชื่ออะไรเหรอ” ร่างบางว่ายน้ำเข้ามาเกาะอยู่ที่ขอบหิน แย้มยิ้มถามอย่างเป็นมิตร

“หม่อนฉันหรือเพคะ...อ่ะ...เอ่อ...เอ่ออออ”

“เห~ ทำไมไม่กล้าพูดกับผมล่ะฮะ”

“มิ..มิได้เพคะ หม่อมฉันเพียงแต่ตกใจ”

“ไม่ต้องตกใจนะฮะ...อ๊ะ!”

ทันทีที่ร่างบางเอื้อมมือไปจับมือของนางเท่านั้น ดวงตาสวยหวานก็เบิกกว้าง ภาพในหัววิ่งวนเป็นฉากๆ คนๆนี้ หญิงตรงหน้านี้...เค้าเป็น.....

“เจ้า!?..เจ้าเป็น...”

“ทะ..ท่าน...ท่านจิเนน...ได้โปรด...”

“พวกเธอทุกคนออกไปก่อน ยกเว้นเธอ...ถ้าผมไม่เรียก...ห้ามเข้ามาเด็ดขาด”

ท่าทีที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวของท่านจิเนนสร้างความย้ำเกรงให้เหล่านางกำนัลไม่กล้าขัดขืน พวกนางต่างพากันออกไปจากเรือนน้ำด้วยความรีบร้อน...เมื่ออยู่กันสองต่อสองแล้ว ร่างบางจึงคลายมือออกจากแขนของคนตรงหน้า...

“ทีนี้ท่านจะบอกได้หรือยังว่าทำไมถึงปลอมตัวเข้ามารับใช้ผม”

“ปะ ปลอม ปลอมตัวหรือ”

“ภาษาของพวกเจ้าคงจะเป็น แฝงตัว ล่ะสินะ ทำไม?”

“ได้โปรดขอรับนายน้อย ได้โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเถิด”

“จากนิมิตของข้า เจ้าเองก็เป็นเชื้อสายผู้มีพลังเวทนี่ ทำไมต้องแฝงตัวเข้ามาใกล้ข้า บอกนามเจ้ามา...”

“อะ...อาริโอกะ...ดะ..ไดกิ...อาริโอกะ ไดกิ ขอรับ”

“ไดกิ...เจ้าทุกข์ร้อนอันใดหรือ”

จากนิมิตที่เห็นทำให้ยูริเข้าใจจิตใจของคนตรงหน้าได้ดี พลัดพรากจากครอบครัว ต้องตกระกำลำบากเพราะเหลือรอดเพียงตัวคนเดียว ต้องหนีหัวซุกหัวซุนจากการตามฆ่าของศัตรู จนท้ายที่สุดก็ซัดเซพเนจรมาจนถึงเมืองโคงะ สกุลอาริโอกะนั้นแท้จริงแล้วเป็นสกุลที่เกี่ยวพันกับจิเนน เมื่อถึงคราวเคราะห์เข็ญของจิเนน เมื่อใด สายเลือดของอาริโอกะจะลุกขึ้นปกป้องพร้อมกันกับสายเลือดของยามาดะ พลังเวทของอาริโอกะนั้น ถือว่ากล้าแกร่งหามีผู้ใดเทียมเท่า ที่อาริโอกะต้องมีจุดจบเช่นนี้ ก็เพราะตัวยูริเองแท้ๆ แต่ครั้งนี้จะไม่เหมือนครั้งไหนๆ คนๆ นี้ ยูริจะปกป้องเค้าด้วยมือของยูริเอง...ร่างบางเอื้อมมือไปกุมมือขาวของอีกฝ่ายแล้วบอกอย่างจริงใจ

“ไม่เป็นไรแล้วนะ...อยู่ด้วยกันกับยูรินะฮะ...อยู่ที่นี่...อยู่กับเรา”

“ฮึก..ฮึกๆ..ท่านยูริ...ฮึกๆ..ขอบคุณท่านจริงๆ ขอรับ ฮึกๆ ขอบคุณที่เมตตาข้า” น้ำตาแห่งสายเลือดอาริโอกะไหลนองใบหน้างดงามด้วยความซาบซึ้งใจ อุ่นใจ และวางใจ..สิ้นสุดแล้ว การหลบหนีเอาชีวิตรอด ท่านชายน้อยของเค้ากลับมาแล้วจริงๆ

“ไดจัง..ยูริเรียกว่าไดจังนะฮะ” ร่างบางตัวเล็กยิ้มสดใสออกมากับคำขอของตน ยังผลให้ฝ่ายตรงข้ามยิ้มทั้งน้ำตา และรู้สึกเทิดทูลความมีน้ำใจของร่างบางเล็กๆ นี้…

 

                เมื่อชำระร่างกายจนแทบตัวเปื่อยเสร็จแล้ว ยูริก็ได้ไดกิช่วยแต่งกายให้ถูกต้องตามอาภรณ์แห่งสกุลจิเนน ร่างบางในชุดผ้าไหมสีชมพูอมม่วง ทอลายดอกโบตั๋น นุ่งทับด้วยฮากามะสีขาวสะอาดดุจหิมะ คล้องทับด้วยเขี้ยวดวงดาว เครื่องรางประจำตัวของผู้สืบเชื้อสายตรงแห่งสกุลจิเนน สุดท้ายก็สวมเสื้อคลุมบางเบาสีขาวยาวกล้อมเท้า ...เมื่อเรียบร้อยดีแล้วร่างบางก็เดินนำพี่เลี้ยงคนสนิท ที่ตัวเองเพิ่งจะแต่งตั้งให้เองหยกๆ ออกไปสู้ห้องโถงใหญ่ของตำหนักที่เชื่อมต่อกัน พอไปถึงก็พบว่าท่านเรียวสุเกะประทับรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งยังทำหน้าทำตาตกตะลึงเค้าอีกแล้ว ทำไมกัน ร่างบางก้มลงมองสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองแล้วสบตากับไดจังเพื่อขอคำตอบ...แต่พี่เลี้ยงคนสนิทในชุดของหญิงสาวก็เอาแต่ยิ้มสวยกลับมาให้ ไม่มีคำตอบใดหลุดออกมาให้ได้ยินเลยสักนิด...

“ยูริแต่งตัวไม่เรียบร้อยเหรอฮะ...ดูๆ ไปด็เรียบร้อยดีแล้วนี่นา”เสียงหวานปลุกให้องค์ชายตื้นจากภวังค์โดยพลัน

“มิได้หรอก...อะ อื้ม..เจ้างดงามเกินไปต่างหากล่ะท่านยูริ” คำชมตรงๆ ทำให้ตัวเล็กอดที่จะยิ้มขวยเขินออกมาไม่ได้ แก้มใสแดงเรื่องอีกแล้ว..

“ยูริ พร้อมแล้วฮะ^^”

“งั้นเราไปกันเถอะนะ พระบิดารอท่าเจ้าอยู่นานแล้ว”

“อ๊ะ! แล้วจะต้องพูดจายังไงต่อหน้าท่านฮะ ยูริยังพูดไม่เป็นเลย" สีหน้าเป็นกังวลขึ้นมาทันใด

“อย่ากังวลไปเลย...พระบิดาข้าพระทัยดีมากนะ”

“จริงนะฮะ^^”

จากนั้นร่างบางก็ถูกพาตัวไปพบกับท่านผู้ครองโคงะ โดยการนำพาของท่านเรียวสุเกะ องค์ชายรัชทายาทแห่งโคงะ แต่ร่างบางก็ไม่ลืมที่จะร้องขอแกมบังคับให้ไดกิได้ติดตามตนไปด้วยไม่ห่างในฐานะพี่เลี้ยงคนสนิทเช่นกัน ซึ่งมีหรือที่ท่านเรียวสุเกะจะกล้าขัดใจ....

ณ ที่แห่งนั้นเอง...ในที่ประทับของท่านโคอิจินั้นเอง...ความผูกพันของสายใยแห่งความรักอีกสาย กำลังจะถูกรัดตรึงเข้าไว้ด้วยกันอีกคู่แล้ว....

ใครเลยจะล่วงรู้ความลับแห่งดวงดาวนี้ได้ หากมิใช่ร่างบางแสนสำคัญผู้นำพาความสงบสุขมาสู่โคงะแห่งนี้...

“ (^ o <) ชู่ว!!! อย่าเอ็ดไปนะฮะ เดี๋ยวไดจังจะรู้เข้า...ที่ยูริไม่ได้บอกเค้าอีกนิมิตก็คือ...วันนี้ไดจังจะได้พบกับผู้ที่จะกลายเป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตเค้าในอนาคตอันใกล้นี้~ ดีจังนะฮะ เพราะไดจังน่ะ ต้องมีใครสักคนดูแล ฮิฮิ”

2B CON...

************************************************************

คุยกันนิดนึงนะค้าาาาา ตอนนี้กำลังลื่นไหลในการจิ้น เพราะงั้นเดี๋ยวจะไปปั่นตอนต่อไปต่อ

ตอนนี้เป็นยังไงบ้างน้อ ขอความเห็นหน่อยนะค้า^^

เอาล่ะ ขอให้ทุกคนสนุกกับ โอเรโนะ ฟิคช่ง!!! เรื่องนี้นะคะ

เจอกันตอนหน้าค่ะ

(^______^)\

Comment

Comment:

Tweet

กรี๊ดดดดดดด ไม่ได้อ่านฟิคหวานๆ แบบนี้นานแล้วค่ะ อ่านแล้วอินจุง (^__<)
เพิ่งเข้ามาอ่านเป็นครั้งแรก เห็นทีต้องกลับไปย้อนอ่านตอนที่ผ่านมาแล้วสิ

แฮ่ๆ มาต่อไวๆ นะค้า จบค้างมากค่ะ ลุ้นคู่รอง อิอิ

#1 By หมูตุ๋น (103.7.57.18|115.67.130.115) on 2013-05-10 16:58