HAPPY Valentine ~ 


              ในที่สุดก็ได้โอกาสลงนิยายที่แต่งเอาไว้นานแล้วรับเทศกาลแห่งความรักสักที สำหรับเรื่องนี้ คงไม่ยาวมาก ตั้งใจไว้ว่าจะให้เป็นเรื่องสั้นสักสองสามตอนเท่านั้นค่ะ^^

ช่วงนี้เริ่มกลับมาอินกับน้องสองคนอีกแล้ว ถึงแม้ว่าอะไรๆ ที่มีให้เห็นมันจะน้อยลงๆ ทุกทีอ่ะน้า 555

พอดีกว่า ไปอ่านนิยายของเราดีกว่าเน๊าะ...

อ้อ!...ขอเตือนคนที่ไม่ชอบแนววายๆ นะคะ ไม่ต้องอ่านหรอกค่ะ เดี๋ยวรับไม่ได้ 5555+


ป.ล.หากมีอะไรในเรื่องที่ไม่เข้าใจ ทิ้งแมสเสจคุยกันได้นะค้า จะเล่าให้ฟัง เพราะบางอย่างก็ละเอาไว้ ไม่ได้ใส่เข้าไปอ่ะค่ะ^^

                                          

[SF] พันธนาการรักข้ามกาลเวลา

  

Romantic Fantasy Fiction - YamaChii & TaDaiki

Story By : ตังเมรสแตงไทย

 

Intro

 

           กาลเวลาล่วงพ้นจนจิต        ไม่อาจผิดผันเปลี่ยนแปรผัน

ดารารายแย้มพรายสายสัมพันธ์        ฟ้ามิกลั้นดินมิขวางจึงพบเจอ

  

 

บทกวีหวานหูถูกบรรจงแต่งแต้มลงบนกระดาษขาวบางสะอาดตาอย่างงดงามด้วยฝีพระหัตถ์แห่งองค์รัชทายาท

ผู้เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน สุขุม เยือกเย็น อารมณ์สุนทรีรวมไปถึงความเก่งกาจในเรื่องการทหาร องค์ชายเรียวสุเกะ

ทรงเป็นความภาคภูมิใจของราชสกุลยามาดะเป็นอย่างมาก พระองทรงถอดแบบความอ่อนหวานนุ่มนวลต่อผู้อื่นมาจากพระมารดา และทรงได้ความห้าวหาญสมชายชาตรีมาจากพระบิดาผู้เป็นเจ้าเหนือหัวแห่งเขตแคว้นอันกว้างใหญ่นี้

องค์ชาย เรียวสุเกะได้รับการสั่งสมอบรมและฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ในฐานะผู้สืบทอดรุ่นต่อไปของยามาดะ ผู้ที่จะขึ้นเป็นใหญ่ในดินแดนอันกว้างไกลแห่งโคงะ นี้...ความปรีชาสามารถแห่งองค์รัชทายาทยามาดะ เป็นที่เรื่องชื่อลือชาไปทั่วแคว้น

ทั้งเรื่อง ความเป็นนักกวี เป็นนักวางแผน เฉลียวฉลาดโดยมิมีผู้ใดเทียบเทียม มีรูปโฉมสง่างามโดยเฉพาะรอยแย้มยิ้มที่อ่อนโยน หากแต่ยังมิเคยมีผู้ใดเคยพานพบความเยือกเย็นและเด็ดขาดที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ ในส่วนลึกของพระทัยหาญกล้าดวงนั้น...แม้ว่าองค์ชายเรียวสุเกะจะเป็นที่ใฝ่ฝันของบรรดาคุณหญิงแรกรุ่นในราชสำนักทั้งหลาย แต่ก็ยังมิเคยมีดรุณีใดได้ก้าวผ่านเข้าไปนั่งอยู่ในพระทัยของพระองค์เลยแม้ แต่ผู้เดียว เรื่องนี้จึงยิ่งตอกย้ำถึงนิทานปรัมปราที่เล่าขานต่อๆ กันมานานนมในดินแดนโคงะ ตำนานที่กล่าวกันว่า เป็นโศกนาถกรรมอันแสนเจ็บปวด และแทบจะไม่มีใครไม่รู้ว่า องค์รัชทายาทผู้นี้คือคนในตำนานที่หวนกลับมาอีกครั้ง หวนมาเพื่อรอ รอที่จะพบกับคนสำคัญผู้สาบสูญ และนิทานเรื่องนั้นก็คือ “ตำนานแห่งราชสกุลที่สาบสูญ”

 

 

                ณ ปัจจุบันกาล

                บ้านสีขาวหลังใหญ่ถูกโอบล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่เขียวขจีแลดูอบอุ่น แดดอ่อนๆ ทอแสงทองทอดลำยาวสว่างไสว หยดน้าค้างเย็นชื่นใจร่วงหล่นลงบนผืนหญ้านุ่มเท้า ดอกไม้นานาพันธุ์แย่งกันอวดกลิ่นหอมมาตามลมให้รู้สึกผ่อนคลาย หญิงสาววัยกลางคนในชุดกระโปรงสีขาวสะอาดตากำลังเยื้องย่างด้วยเท้าเปล่า เปลือยไปบนผืนหญ้าในสวนด้วยความสง่างาม ร่างเธอดูบอบบางน่าทะนุถนอม เธอย่อตัวลงนั่งข้างแปลงไม้ดอกและลงมือตัดแต่งพุ่มช่อให้ดูสวยงามตามแบบของเธอ และในขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับกิจกรรมยามเช้าตรู่อยู่นั้น ก็ให้ได้ยินเสียงหวานหูดังมาแต่ไกล ก่อนที่จะมองเห็นเจ้าตัวเสียอีก

“คุณแม่! ยูริไปก่อนนะฮะ!!”

ร่างเล็กวิ่งฉิวมาตามเสียงทันใด ส่งยิ้มหวานให้กับนางจิเนนผู้เป็นมารดา ก่อนจะหันหลังเตรียมออกวิ่งอย่างรวดเร็ว

“เดี๋ยวก่อนลูก! นี่ยูริของแม่จัดการกับอาหารเช้าบนโต๊ะเรียบร้อยแล้วใช่มั้ยหื้อ?”

เด็กหนุ่มร่างบอบบาง หน้าตาสวยหวานตามแบบฉบับคุณแม่ยังสาวรีบเบรกเอี๊ยดและหันกลับมาทันควัน

“ระ เรียบ เรียบร้อย..แล้ว..ฮะ..”

ร่างบางเสมองพื้น ไม่ยอมสบตามารดากลบเกลื่อนตัวเอง

“เด็กเลี้ยงแกละ! หึๆ ลูกก็รู้นี่นาว่าโกหกไม่เก่ง ยังจะทำอีกนะ”

คุณแม่ยังสาวเผยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนที่จะวางมือจากสิ่งที่ตนกำลังทำ และก้าวเข้าหาลูกชายคนเล็กแทน

“คุณแม่ฮะ เดี๋ยวยูริสายน้า~ ”

แม้ว่าตัวเล็กจะประท้วงงอแง แต่ผู้เป็นมารดาก็ยังสวมกอดลูกชายตัวน้อยเอาไว้แน่น จมูกเรียวงามสูดดมกลิ่นกายหอมอ่อนๆ อันแสนคุ้นเคยที่สองข้างแก้ม สายตาทอดแสงอ่อนโยนยามสบประสานกับลูกชายที่เธอแสนรัก

ในเสี้ยวหนึ่งของห้วงนาทีที่เธอมองหน้าลูกชาย สีหน้าของเธอแลดูเศร้าสร้อย เธอกระชับอ้อมแขนกอดลูกชายแน่นๆ อีกครั้งราวกับนี่จะเป็นครั้งสุดท้าย

“คุณแม่ฮะ~ ยูริหายใจไม่ออกแล้วววว”

คนตัวเล็กบ่นกระปอดกระแปด เกี่ยงงอนอย่างน่ารักน่าเอนดู เรียกรอยยิ้มอ่อนหวานของผู้เป็นมารดาได้ดียิ่งนัก

“ขอโทษนะจ๊ะลูกรักของแม่ แม่เผลอตัวไปหน่อยจ้า~ “

“คุณแม่เป็นอะไรหรือเปล่าฮะ สีหน้าดูไม่ดีเลย”

ตัวเล็กเอียงคอถามด้วยความสงสัย

“ไม่รู้สิจ๊ะ รู้สึกเหงาๆ อาจจะถึงเวลาแล้ว...”

ผู้เป็นมารดาทอดถอนใจตอบออกไปด้วยสีหน้าที่บ่งบอกอารมณ์ได้ยาก

“ถึง เวลา???...เวลาอะไรฮะ?”

ยูริยกนิ้วชี้ขึ้นมาจรดที่ริมฝีปากบางสวย เอียงคอครุ่นคิดเป็นจริงๆ เป็นจังขึ้นมาซะอย่างนั้น สร้างความผ่อนคลายให้คุณแม่ยังสาวได้หัวเราะคิกคักออกมา

“ก็เวลาที่ เราจะไปสายจริงๆ แล้วไงล่าาาาาาาาา”

นางจิเนนบีบแก้มลูกชายด้วยความเอนดู แล้วยิ้มหวานให้เจ้าตัวเล็กที่กำลังทำหน้าตาตื่นสุดชีวิต

“อ๊า!!!! จริงด้วย!!!! ผมไปก่อนนะฮะคุณแม่!!!”

รางบางกระโดดจุ๊บแก้มคุณแม่คนสวยของเค้า แล้วออกวิ่งไปอย่างรีบเร่งเท่าที่ขาของเค้าจะพาไปได้ ด้วยความรีบร้อนทำให้ยูริไม่ทันได้เห็นสีหน้าของผู้เป็นมารดาที่ทอดสายตามองตามมา ว่าเธอได้แสดงมันออกมาด้วยความรู้สึกเช่นใด นางจิเนนได้แต่ทอดความอาลัยอาวรณ์ให้กับทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลที่วิ่งไปไม่หันกลับจนลับตา ในใจของเธอนั้นได้แต่คิดคำนึงว่า

[ถึงเวลาที่ลูกของแม่ต้องจากไป ไกลแสนไกลแล้วสิลูก]

คิดได้แค่นั้นน้ำตาเป็นสายก็ไหลอาบแก้มนวลจนไม่อาจหยุดกลั้น ด้วยตัวเธอเองรู้ดีว่าเรื่องราวเช่นนี้ถูกลิขิตเอาไว้แล้ว เรื่องนี้จะต้องเกิดขึ้นในสักวันตั้งแต่ที่เธอรู้ว่าเธอได้คลอดบุตรชายผู้เป็นสายเลือดแห่งจิเนนผู้นี้ออกมา เธอไม่อาจหยุดยั้งมันได้ เมื่อนี่..คือลิขิตจากฟากฟ้าและดวงดาวประจำตัวของเด็กชายผู้เป็นทายาทแห่งตระกูลจิ เนน...หรือหากจะเรียกขานให้ถูกต้องก็คือ “ราชสกุลจิเนน” เชื้อสายแห่งผู้ครอบครองดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “เซนริว” ดินแดนซึ่งมีพลังพิเศษสัมพันธ์และส่งเสริมให้โคงะเจริญรุ่งเรือง ในอดีตที่เล่าขานต่อๆ กันมาภายในตระกูลนั้น เด็กชายผู้เกิดมาเป็นสายเลือดแห่งจิเนนทุกๆ คน จะมีดวงดาวประจำตัว ซึ่งดวงดาวดวงนั้นจะมีพลังที่เกี่ยวพันธ์กันกับความเจริญรุ่งเรืองของเจ้าเมืองโคงะแต่ละยุคสมัยแตกต่างกันไป ในแผ่นดินสุดท้ายก่อนจะสิ้นสูญทายาทแห่งจิเนน เมืองโคงะยิ่งใหญ่จนมิอาจหาใครมาต่อกลอนได้...แม้ว่าห้วงเวลานี้จะเป็นยุคสมัยที่ห่างไกลกับอดีตนับสองพันธ์ปีมาแล้วก็ตามที แต่พลังอำนาจอันลี้ลับแห่งผู้ทำนายยังคงมีติดตัวสายเลือดแห่งจิเนนทุกคน...

[ถึงเวลาที่เจ้าชีวิตจะทวงคืนผู้เป็นที่รักแห่งจิเนนกลับไปแล้ว...ยูริ...ลูกรักของแม่...]

ในห้วงเวลาอันยาวนาน คู่ขนานกับกาลปัจจุบัน

                องค์รัชทายาทแห่งโคงะยืนทอดองค์สง่างามอยู่ริมระเบียงตำหนัก ในยามบ่ายคล้อยที่ดวงตะวันกำลังลอยห่างเมืองเข้าอิงแอบทิวเขาที่ปกคลุมไป ด้วยหิมะขาวโพลน ป่าใหญ่ที่เคยเขียวขจีบัดนี้มีประกายระยิบระยับจับไปทั่วทั้งผืน ดูราวกับมณีมีค่าอันหาใดจะงามเทียบได้ ดวงเนตรดำขลับหากแต่งดงาม ทอดมองทิวทัศน์ยามใกล้พลบค่ำอย่างผ่อนคลาย ความอบอุ่นอ่อนโยนที่บังเกิดขึ้นในพระทัยแกร่งนี้ก็เป็นผลมาจากความงดงาม นั้นเช่นกัน...

“โปรดอภัย ให้ข้าด้วยเถิด หากว่าข้ามาผิดเวลาและกวนใจท่านในยามนี้!”

สุรเสียงอันคุ้นเคยของผู้มาเยือนดังกังวานอยู่เบื้องหลังร่างสง่างาม ความคุ้นเคยนั้นเร่งให้ต้องรีบผินกายมามองผู้ที่มิได้รับการเชื้อเชิญ พลันนั้นความปิติยินดีก็เกิดขึ้น...

“ท่านพี่ทากาคิ! ท่านเองหรอกรึนี่ ไปอย่างใดมาอย่างใดกันเล่า ข้าให้คำนึงถึงท่านนักหนา”

สุรเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทักทายผู้ที่เป็นทั้งสหายสนิทและพี่ชายที่เจริญวัยมาด้วยกัน หากแต่เมื่อเติบใหญ่ขึ้นท่านทากาคิก็ต้องไปเข้ารับตำแหน่งผู้นำตระกูลยังดินแดนแห่งการเยียวยารักษา ดินแดนที่เต็มไปด้วยหมอเทวดาและผู้ชำนาญด้านยาสมุนไพลทุกชนิด และดินแดนแห่งนั้นคือ อิงะคุโจว ที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งนี้เพราะท่านโชไซ ผู้นำคนก่อนผู้มีศักดิ์เป็นตาของท่านทากาคิ ได้สิ้นใจลงด้วยความชราเมื่อ 3 ปีก่อน...

“ท่านสุขเกษมดีอยู่หรือท่านชาย ไม่พบหน้ากันตั้งนาน ท่านเปลี่ยนไปเยอะทีเดียวนะ”

“เรื่องของ กาย ข้าสบายดี หากแต่เรื่องจิตใจ ยังว้าเหว่นักท่านพี่ ข้าเฝ้ามองการเคลื่อนที่ของดาราบนฟ้าอยู่ทุกวันคืน รอคอยใครบางคนที่ยังมาไม่ถึง...ทุกค่ำคืนที่ข้าหลับ ก็จะฝันถึงดวงพักตร์งามคุ้นตาแต่จับต้องมิได้ ยิ่งข้าอยากครอบครอง ร่างน้อยนั่นก็ยิ่งห่างออกไป ข้าไล่ตามสุดกำลัง น้ำตาสายน้อยๆ นั่นเสียดแทงใจข้าจนเจ็บร้าวไปทั้งใจ...นานแสนนานแล้วที่ข้าเป็นเช่นนี้...”

“ตำนาน นั่น...ข้าไม่อยากจะเชื่อเลย...เมื่อใดน้อท่านชายน้อยจะหวนคืน...หากมีเค้า เคียงข้าง ยามาดะจะต้องรุ่งเรืองหาที่เปลียบมิได้ดังเช่นอดีตเป็นแน่แท้...หากแต่... ไขข้อข้องใจให้ข้าสักนิดเถิด...ท่านระลึกถึงอดีตกาลของท่านได้อย่างไร”

“เมื่อข้า ได้ 9 ขวบปี ข้าก็เริ่มฝันถึงเรื่องราวซ้ำๆ เห็นเหตุการณ์เลวร้ายครั้งแล้วครั้งเล่าทุกค่ำคืน ฝันนั้นมันวนเวียนเริ่มและจบเหมือนกันทุกวัน ข้ามิอาจลืมคราบน้ำตาที่เปื้อนอยู่บนเนตรเศร้าสร้อยนั่นได้แม้สักเศษเสี้ยวของเวลา แรกเริ่มเดิมทีข้าก็ไม่อาจเข้าใจได้ แต่เมื่อข้าได้ม้วนตำรามาจากหอตะวันออกที่ปิดตายข้าก็รู้ได้ทันทีจากม้วนจารึกเรื่องตำนานนั่น จารึกที่บอกเล่าเรื่องราวของข้า...เรื่องราวที่ข้าสาบานว่าจะจดจำ เรื่องราวที่ข้าลั่นวาจาว่าจะเฝ้ารอ แม้ข้าจะได้รับแววตาตัดพ้อนั่นมาจากท่านผู้นั้น...”

กายสง่างามบัดนี้สั่นสะท้านหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ กับภาพอดีตชาติที่หลั่งไหลเข้ามาสู่มโนจิต ภาพแล้วภาพเล่า รัชทายาทแห่งโคงะฝืนเล่าเรื่องราวให้สหายสนิทฟังจนหมดสิ้น ดวงเนตรหม่นแสงลงอย่างปวดร้าว เมื่อเอ่ยถึงวาระสุดท้ายของคนสำคัญ...

“หากเป็น ลิขิตดังที่ท่านว่า...แล้วนี่ท่านจะทำเช่นไร...เมื่อถึงเวลาที่ท่านต้องรับเอาท่านหญิงสักคนมาเป็นคู่ครอง...เรื่องราวในกาลหน้า จะมิซ้ำรอยเดิมหรือ...”

ท่านทากาคิอดที่จะเป็นห่วงสหายต่างวัยผู้สูงศักดิ์มิได้ เรื่องราวในตำนานใช่ว่าเค้าจะไม่เคยรู้มาก่อน แต่หากสิ่งที่ได้ยินในวันนี้เกี่ยวพันธ์กันกับชาติกำเนิดของสหายเค้าแล้ว ไซร้ คงวางใจให้สบายต่อไปมิได้เสียแล้ว...

2B CON...

Comment

Comment:

Tweet

Feliz Dia de San Valentin!
สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะคะน้องตังเม
ไม่ได้เข้ามาทักทายซะนาน สบายดีนะคะbig smile
อื่ม...เป็นแฟนฟิคที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นนิยายมากๆ เลยอ่ะ น่าติดตามมากๆ ค่ะ   อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นดีด้วย ชอบๆ มาต่อไวๆ นะคะ Please~

#1 By aikatakun on 2013-02-15 09:39